ประโยชน์ของ "เม็ดมะม่วงหิมพานต์" สรรพคุณคุ้มค่า คุ้มราคาแพง

เมื่อนึกถึง "เม็ดมะม่วงหิมพานต์" (Cashew Nut) เราคงนึกได้ถึงความมัน...ทำนองเดียวกันกับพืชตระกูลถั่ว ทั้งที่ไม่ใช่พืชตระกูลเดียวกัน เม็ดมะม่วงหิมพานต์มีความอร่อยและมีราคาสูง อาหารที่ประกอบด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์จึงพลอยมีราคาสูงไปด้วย แต่นอกจากจะเป็นส่วนประกอบของอาหารคาว หวาน ก็ยังมีการนำมารับประทานเป็นของกินเล่น ทั้งเคลือบแก้วเป็นขนม อบกรอบ หรือทอด เรามาทำความรู้จักกับลักษณะ สรรพคุณและประโยชน์ของมะม่วงหิมพานต์ ชื่อ “มะม่วง” แต่เหมือนถั่ว และไม่ใช่พืชตระกูลถั่ว กันเถอะ

แหล่งกำเนิดมะม่วงหิมพานต์
ตามประวัติแล้ว มะม่วงหิมพานต์ เป็นพืชพื้นเมืองของประเทศบราซิล โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและได้มีการแพร่หลายไปยังประเทศอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันเติบโตในภูมิภาคเขตร้อน สำหรับประเทศไทยนั้นได้มีการนำเข้ามาปลูกครั้งแรกที่ภาคใต้ของประเทศไทย ครั้งแรกเมื่อราวปี พ.ศ. 2444 โดยพระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) เราจึงมักคุ้นว่า มะม่วงหิมพานต์มีมากทางภาคใต้ของประเทศไทย

ข้อมูลเฉพาะของมะม่วงหิมพานต์
มะม่วงหิมพานต์เป็นไม้ไม่ผลัดใบ และเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางที่มีลำต้นสูงประมาณ 6 เมตร แต่ก็มีบ้างที่สูงมากไปถึง10-12 เมตร มีธรรมชาติที่เมื่อเติบโตแล้วจะแผ่กิ่งก้านสาขาจนเป็นไม้พุ่มใหญ่ ใบหนาแน่น

เม็ดมะม่วงหิมพานต์
ความที่เราคุ้นแต่กับเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่มีรสมัน ทำให้เราอาจนึกไม่ถึงว่า แท้จริงแล้ว มะม่วงหิมพานต์มีผลของมันอีกต่างหาก ส่วนที่เรารับประทานนั้นเป็นส่วนที่โผล่ออกจากใต้ฐานของผลซึ่งมีรูปร่างเป็นรูปไข่คล้ายๆ กับลูกแพร์ ผลมะม่วงหิมพานต์นั้นเมื่อสุกจะมีสีเหลืองหรือส้มแดง มีความฉ่ำน้ำและมีกลิ่นหอม บางคนก็รับประทานแต่ส่วนใหญ่ไม้ผลนี้เรียกกันว่า "ผลสามัญ" เป็นผลเหมือนผลไม้อย่างหนึ่งทั่วๆ ไป ส่วนที่เราเรียกว่าเม็ดมะม่วงนั้น ตามหลักการแล้วไม่ใช่เม็ดมะม่วง แต่เป็น “ผลแท้” มีรูปร่างเป็นรูปโค้งงออย่างที่ทุกคนคงคุ้นเคย ในส่วนของผลแท้นี้ เมื่ออยู่กับผลสามัญจะมีเปลือกแข็งๆ สีน้ำตาลปนเทา เมื่อเก็บมาผ่านการผลิตเพื่อให้พร้อมจำหน่ายจะกระเทาะเปลือกออกก่อน

Powered by MakeWebEasy.com